บุกตรวจ’พระสงฆ์’ใช้สื่อออนไลน์ ถ้าเป็นจริงเหมาะสม?

บุกตรวจ’พระสงฆ์’ใช้สื่อออนไลน์ ถ้าเป็นจริงเหมาะสม?
สัปดาห์นี้มีการแชร์เตือนกันทางไลน์ในกลุ่มพระสงฆ์ว่ามี จนท.รัฐตรวจการใช้สื่อออนไลน์ของพระสงฆ์ถึงวัด เพื่อขอดูมือถือ เฟซบุ๊ก และไลน์ ถามว่า…ถ้าเป็นนโยบายจริงเหมาะสมหรือไม่?

ช่วงสัปดาห์นี้มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ “พระภิกษุสงฆ์” 2 เรื่อง ที่ส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ โดยเฉพาะข่าวแรกนั่น คือ “การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของพระภิกษุสามเณร” เมื่อประมาณกลางๆ สัปดาห์ที่แล้วได้รับข้อความที่แชร์กันทางไลน์ว่า…

“ช่วยแจ้งกันนะครับ ช่วงนี้ตำรวจได้เข้าตรวจพฤติกรรมของพระสงฆ์แต่ละวัด และขอตรวจมือถือ ดูเฟสบุ๊ก ดูไลน์ และดูอาจาระ (พฤติกรรม) ถ้าพระมีพฤติกรรมเป็นหญิง จำเป็นต้องบันทึกรายการ…วันนี้พระครูประโชติพัฒนากร วัดป่าแห้ว จ.ลำพูนโดนตรวจ แต่ผ่าน ซึ่งตำรวจจะมีทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ และตำรวจได้ฝากเตือนห้ามมีภาพโป๊ในมือถือและเริ่มทำการตรวจทุกวัด…ตำรวจยังบอกต่อไม่ทำไม่ได้เพราะนายสั่งมา…”

เมื่อได้รับข้อความแบบนี้ในฐานะมหาเปรียญเก่า ในฐานะสื่อมวลชน ยอมเสียค่าโทรศัพท์เช็คกับเพื่อนๆ สายสื่อและพระสงฆ์ แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้บอกว่า “จริง” แม้แหล่งข่าวที่เชื่อได้จะบอกว่าจริงๆ ผมก็ยังมึนๆ เบลอๆ คิดในใจว่า…

“ยุคนี้คงไม่มีพระเทวทัตมาเกิดหรอก” รัฐบาลที่ได้ชื่อว่า “เป็นคนดีมือซื่อ ใจใสสะอาด” คงไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับพระสงฆ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจชาวพุทธ และพระพุทธศาสนาแน่ๆ แต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคน “ล้ำเส้น” สนองงานเกินคำสั่ง และในขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ผมก็ยังไม่เชื่อว่า “รัฐบาลจะมีนโยบายสั่งให้ทำดังข้อความข้างต้น”

แม้จะมีหนังสือจากเจ้าคณะกรุงเทพมหานครถึงเจ้าคณะเขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ขอให้ควบคุม ตักเตือน สอดส่อง ดูแล กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ การไลฟ์สด การโพสต์ การส่งภาพในเฟซบุ๊ก และไลน์ต่างๆ ให้อยู่ในสมณสารูป เป็นไปอย่างเหมาะสม ถูกกาละเทศะ…

หรือแม้กระทั้งหนังสือสั่งการของ ภ.จว.ปัตตานี ที่ 0024/(ปน).13/7208 เพื่อทราบและดำเนินการตามวิทยุ ภ.9 ด่วนที่สุด ที่ 0024.132/1872 ลง 14 พ.ย.60 โดนดำเนินการดังนี้

1.สำรวจจำนวนวัดทั้งหมดในพื้นที่ รวมทั้งสำนักสงฆ์หรือสำนักปฎิบัติธรรม พร้อมสถานที่ตั้งตามแบบฟอร์มแนบ ส่งให้ ภ.จว.ปัตตานี ทาง E-mail : [email protected] ภายในวันที่ 16 พ.ย.60
2.สืบสวนหาข่าวและเข้าตรวจสอบพระสงฆ์ สามเณร หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้แจ้งเจ้าอาวาสหรือผู้ปกครองดูแลพระสงฆ์สามเณรนั้นทราบ เพื่อให้ดำเนินว่ากล่าวตักเตือนหรือสมควรให้สึกเป็นฆราวาส
3.เมื่อดำเนินการตามข้อ 2 แล้วยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ประสานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาในพื้นที่เข้าตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4.ให้รายงานผลการปฎิบัติตามข้อ2 และข้อ3 พร้อมภาพถ่ายทุกครั้งที่มีการดำเนินการ ส่งให้ ภ.จว.ปัตตานี ทาง E-mail:pattani.2555[email protected]

ผมได้รับเป็นจดหมายที่ส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์กัน เรื่องนี้ผมก็ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำ หากจะให้ผมเชื่อต้องให้ “เสธ.ไก่อู” โฆษกบาล หรือแม้กระทั้ง “เสธ.อ้อ” โฆษก กอ.รมน. แถลงออกมาว่า…จริงหรือไม่จริง?? หรือโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ออกมาแถลง ผมจึงจะเชื่อ เพราะเดี๊ยวนี้เอกสารปลอมแปลงเพื่อเล่นงานรัฐบาลออกมาเยอะทั้งๆ ที่รัฐบาลยุคนี้ก็พยายาม “บำบัดทุก บำรุงสุขประชาชน” เต็มความสามารถ

ผมจะกางพุงรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแถลงว่า “เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐตรวจค้น ตรวจพระภิกษุสามเณรนี้จริงหรือไม่?” เพราะตอนนี้พระภิกษุ สามเณร ป่วนกันทั้งประเทศ เท่าที่ทราบพวกท่านไม่ได้กลัวเจ้าหน้าที่รัฐที่ดีหรอก แต่กลัวบางทีเจอเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และผมก็ไม่รู้ว่า ตอนตำรวจเข้าไปตรวจ ซึ่งมีทั้งในและนอกเครื่องแบบดังที่เขาแชร์กันจะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธหรือเจ้าคณะปกครอง พระวินยาธิการร่วมด้วยหรือไม่??

ความจริงจะเขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “สถาบันสงฆ์” สัปดาห์นี้สัก 2 เรื่อง อีกเรื่องหนึ่งยกไว้ก่อน คือเรื่องที่ กกต.จับมือกับมหาวิยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อสร้าง “จิตสำนึกให้คนทำหน้าที่พลเมืองที่ดีของชาติ” เรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องแปลกประหลาดอะไร เพราะ ปปช. ก็จับมือกับมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ทำงานด้านปลูกจิตสำนึกทั้งในหน้าที่พลเมืองทั้งในการสร้างจิตสำนึกมานานแล้ว

ผมเคยคุยกับอดีตประธาน ป.ป.ช. คุณปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สรุปก็คือ “ปัจจุบันเรื่องทุจริตกฎหมายเอาไม่อยู่แล้ว ต้องสร้างจิตสำนึกคนในสังคม และข้าราชการ จึงขอให้ มจร. ช่วย” เรื่อง กกต.จับมือกับ มจร. ดีไม่ดีตรงไหนใครมีความคิดเห็นอย่างไร ส่งมาได้ตามอีเมล์ด้านล่าง

แต่ที่แน่ๆ ผมอยากรู้ประเด็นที่เขียนวันนี้ว่า “เป็นนโยบายรัฐบาลจริงหรือไม่ และหากสมมติว่าจริง การที่หน้าที่รัฐบุกตรวจใช้สื่อออนไลน์ของพระภิกษุ สามเณร เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ทำได้หรือไม่ได้อย่างไรใครทราบช่วยบอกที…??”

ขอให้ “ชาวพุทธ” ช่วยกันพิจารณาบนฐานอย่างมีสติ บนฐานของกฎหมาย.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

You may also like...